วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2557
บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 8
สิ่งที่ได้เรียนรู้ในครั้งนี้
การเขียนจดหมาย
- การเขียนเชิงกิจธุระ
การเขียนแบบฟอร์ม
คำว่า แบบฟอร์มเป็นคำไทยกับคำภาษาอังกฤษ สองคำนี้ความหมายคล้ายกัน แต่เมื่อใช้คำว่าแบบฟอร์มในปัจจุบันนี้ หมายถึง เอกสารที่จัดทำขึ้น โดยเว้นช่องว่างไว้สำหรับให้บุคคลแต่ละคนกรอกข้อความ เพื่อให้สะดวกแกผู้รวบรวมนำข้อความนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป
แบบฟอร์ม มี 4 ประเภท คือ
1. แบบฟอร์มที่ใช้ติดต่อกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน แบบฟอร์มชนิดนี้หน่วยงานเป้นผู้จัดทำขึ้น ตัวอย่างเช่น แบบฟอร์มสมัครงาน แบบฟอร์มสมัครศึกษาต่อ
2. แบบฟอร์มที่ผู้อื่นขอความร่วมมือ ให้กรอกแบบฟอร์มชนิดนี้ใช้เพื่อต้องการทราบข้อมูลทั้งที่เป็นข้อเท็จจริง ตัวอย่าง สถานีวิทยุกระจายเสียง แบบฟอร์มชนิดนี้เรียกว่าแบบฟอร์มสอบถาม
3. แบบฟอร์มที่ใช้ภายในองค์กร ตัวอย่างที่เห็นง่าย เช่น แบบฟอร์มขออนุญาติใช้วัสดุอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของหน่วยงาน แบบฟอร์มใบลา แบบฟอร์มขอกู้เงินสวัสดิการ การใช้แบบฟอร์มที่กล่าวมานี้ จะช่วยให้องค์การได้รายละเอียดครบทุกประการตามต้องการ
4. แบบฟอร์มสัญญา หมายถึง เอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างบุคคลสองฝ่าย เช่น สัญญาจะซื้อขายสินค้า สัญญากู้เงิน สัญญาเช่าบ้าน สัญญาต่างๆเหล่านี้ทำขึ้นเพื่อคู่สัญญาได้รับความสะดวก เพียงแค่กรอกสถานที่ วันเดือนปี ชื่อ ตัวเลขบางอย่าง ลงลายมือ สัญญาก็จะสมบูรณ์
การเขียนจดหมายเชิงกิจธุระ
จดหมายกิจธุระ คือ จดหมายระหว่างบุคคลติดต่อกับบุคล เช่น การติดต่อสอบถาม การบอกขาย เตือนแจ้งรายการสินค้า การทวงถาม เป็นต้น
หากเป็นจดหมายกิจธุระที่ติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัท ห้างร้าน องค์การต่างๆ เรียกว่า จดหมาย ธุรกิจ
จดหมายเปิดผนึก คือ จดหมายประเภทกิจธุระ เขียนเผยแพร่สาธารณะสื่อมวลชน ใจความของข้อความในจดหมายนี้มีลักษณะเปิดเผยและเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเสนอแนะ บอกกล่าว ขอความร่วมมือ
จดหมายราชการ คือ หนังสือราชการ เป็นจดหมายที่ติดต่อสื่อสารระหว่างส่วนราชการหนึ่งกับอีกราชการหนึ่ง หรือติดต่อสื่อสารกันในระหว่างกระทรวงเดียวกันทั้งหมด รวมทั้ง ติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานเอกชนต่างๆด้วย จดหมายที่ติดต่อกับหน่วยงานนอกกระทรวง เรียกว่า หนังสือนอก
การเขียนประกาศ
ประกาศทางราชการ มักจะมีข้อความค่อนข้างยาว ละเอียดและเกี่ยวเนื่องกับตัวบทกฎหมา โดยมีจุดประสงค์จะประกาศแจ้ง ให้บุคคลทั้วไปได้ทราบ
การเขียนจดหมาย
-ประเภทของจดหมาย
-จดหมายส่วนตัว: จดหมายถึงเพื่อน ญาติพี่น้อง
-จดหมายธุรกิจ : จดหมายลาป่วย
-จดหมายธุรกิจ :จดหมายติดต่อเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ
-หนังสือราชการ : เอกสารที่ใช้การติดต่อสื่อสารกับราชการ
-ประเภทจดหมายธุรกิจ
-จดหมายขอเปิดบัตรเครดิตหรือขอเปิดบัญชีเงินเชื่อ
-จดหมายสั่งซื้อสินค้า
-จดหมายต่อว่าและปรับความเข้าใจ
-จดหมายรายเดือนทวงหนี้
ความรู้ใหม่ที่ได้รับ
ได้เรียนรูวิธีการกรอกแบบฟอร์มมากขึ้นว่าก่อนที่เราจะลงรายมือชื่อลงไปในแบบฟอร์มใดเราควรอ่านให้ละเอียด และได้เรียนรู้เรื่องของจดหมาย รู้หลักวิธีการเขียนจดหมายมากกขึ้น
ข้อเสนอแนะ
การเรียนรู้เรื่องของแบบฟอร์ม และการเขียนจดหมาย มีประโยชน์เป็นอย่างมากสำหรับคนทุกคน เพราะมีประโยชน์อย่างมากในการนำไปใช้ในชีวิตประจำของเรา
นางสาวเกศสุดา โพธิวัฒน์ รหัส55113400199 ตอนเรียน D1
วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2557
ขอให้ประเทศไทยสงบสุข
ขอให้ประเทศไทยสงบสุข
เพลงชาติไทย
เป็นเพลงที่สื่อให้คนไทยทุกคนรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
เชื่อว่าคนไทยทุกคนร้องเพลงชาติไทยได้ แต่อาจจะขึ้นอยู่กับว่าคำที่เปล่งออกมานั้น
เป็นสิ่งมาจากใจหรือแค่ร้องไปวันๆ เพลงชาติไทยก็เปรียบเสมือนสิ่งที่เป็นประเทศไทยและแผ่นดินไทย
ประเทศไทยที่มีแต่ความรักชาติ
ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีความสามัคคีกัน ผืนแผ่นดินไทยที่ใครก็รักใครก็หวง แผ่นดินที่ไม่ยอมให้ใครมาย่ำยี
ข่มเหง แต่นี่อาจจะเป็นเพียงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วก็ผ่านไป แตกต่างจาก ณ ปัจจุบัน
ที่บ้านเมืองประเทศไทย ขาดความสมัคคคี เกิดความแตกแยกในหมู่คณะ ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นที่จับตามองของประเทศเพื่อนบ้านอย่างน่าอัศจรรย์
ประเทศไทยในอดีตกับปัจจุบันแตกต่างกันยิ่งนัก
จากที่เคยเป็นประเทศที่สงบ มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียว มีความรักมีความสามัคคีกัน
มีการใช้มติเสียงข้างมากที่ทำให้ประชาชนยอมรับ และนับถือ
เป็นรักของประเทศเพื่อนบ้าน แต่ตอนนี้ กลายเป็นคนไทยที่ต้องมาแบ่งพรรคแบ่งพวก
เพียงแค่ความคิดเห็นที่แตกต่างและไม่ลงตัวกัน ทำให้เกิดความขัดแย้ง
จากที่เป็นเพียงเรื่องเล็กๆ จนเป็นเรื่องใหญ่โต ราวกับว่าฝ่ายใดฝ่ายหน่งต้องสลายไปยังไงยังงั้น
กลายเป็นเรื่องที่ร้ายแรงไม่จบไม่สิ้น
ทำให้ขาดความเชื่อมั่นระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เหตุการณบ้านเมืองมีแต่ความวุ่นวาย
สิ่งที่ทำอยู่อาจจะถูก แต่ถ้ามากเกินไปมันก็กลายเป็นสิ่งที่น่าเบื่อ น่ารำคาญสำหรับประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ต้องเดือดร้อน
เพราะเพียงแค่การแบ่งพรรคแบ่งพวก จากเหตุการบ้านเมืองที่ไม่มีความสงบ ทำให้ประชาชนหลายๆคนที่ต้องมาเสียชีวิตด้วยฝีมือของคนไทยกันเอง
แล้วเราจะไปโทษใครกัน เสียงนกหวีด เสียงโห่ร้องกังวาลราวกับเสียงโหยหวนที่ต้องการอะไรสักอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น
ทำไมเราไม่ลองหันหน้าคุยกัน ต่างคนก็ต่างเป็นผ้ใหญ่ที่ได้รับการศึกษากันทั้งนั้น
ทำไมต้องมาทำให้ประชาชนเดือดร้อนเพียงเพราะขาดสติ
บ้านเมืองที่เคยสงบแต่เดี๋ยวนี้เปรียบเสมือนสนามรบที่ต้องล้างด้วยเลือดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
อยากจะให้คนไทยเราทุกคนหันมารักกัน สามัคคีกันเหมือนเดิม เลิกทำลายประเทศตนเองเสีย
ควรดำรงสิ่งดีๆในประเทศไทยเราไว้ให้ชนรุ่นหลังได้เห็นเถิด ไม่ใช่มาฆ่ากันเองแบบนี้
แล้วเยาวชนที่กำลังเติบโตป็นผู้ใหญ่จะคิดยังไงที่เห็นว่าบ้านเมืองกำลังอาบไปด้วยเลือดสีแดงบนแผ่นดินไทยแบบนี้
หยุดทำร้ายตัวเองและประเทศของตนสักที ลองหันกลับไปมองเยาวชนที่อยู่ข้างหลัง ที่กำลังจะโตมาเป็นผู้นำ
เราควรจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่เยาวชนกลุ่มนั้น ทำประเทศให้เป็นมืองที่น่าอยู่
ดีกว่ามาทำให้เป็นประเทสที่มีแต่ความวุ่นวายและหายนะ
ความหายนะดังกล่าวมันก็คือฝีมือของคนไทยเราเอง จะไปกล่าวโทษใครไม่ได้เป็นอันขาด อยากจะให้ประเทศเลิกแบ่งพรรคแบ่งพวก
ทำแบบนี้ไม่อายประเทศเพื่อนบ้านกันบ้างหรือไง เลิกใช้ความคิดเห็นส่วนตัวมาทำให้เกิดความขัดแย้ง
บ้านเมืองไทยเราควรจะมีแต่ความสงบสุข ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง
มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สิ่งที่ใครทำผิดควรปล่อยให้กฎหมายบ้านเมืองเป็นผู้ตัดสิน
ไม่ใช่เอาความคิดส่วนตัวมาตัดสินผู้อื่น มาทำให้บ้านเมืองน่าอยู่ เป็นที่ชื่นชมของเพื่อนบ้าน
"ถ้าคนไทยเรามัวแต่ฆ่ากันเอง แล้วเราจะไปร้องเพลงชาติให้ใครฟัง" นี่ก็เป็นเสียงหนึ่งที่อยากให้คนไทยหันมารักกัน
มีความสามัคคีกัน มาช่วยกันพัฒนาประเทศดีกว่าทำลายประเทศ การเริ่มต้นใหม่ด้วยสิ่งดีๆ
ย่อมได้รับผลดีเสมอ
นางสาวเกศสุดา โพธิวัฒน์ รหัส 55113400199 ตอนเรียน D1
บันทึกการสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 6
สิ่งที่ได้เรียนรู้ในครั้งนี้
ความหมายของภาษา
ภาษา คือ ความสละสลวยไพเราะของภาษาอันเนื่องมาจากการใช้ศิลป์กาปะพันธ์และโวหารภาพพจน์ที่เหมาะสม
ความหมายของโวหาร
คือ กลวิธีการใช้ภาษาด้วยการเลือกสรรถ้อยคำมาเรียบเรียงในการเขียนเรื่องราวต่่างๆ หรือพดให้มีความหมายสละสลวย
ประเภทของโวหาร
บรรยายโวหาร คือ กระบวนความแจกแจงเรื่องราวอย่าละเอียด แจ่มแจ้งเพื่อให้ผ้อ่านเข้าใจ
พรรณาโวหาร คือ การเขียนบรรยายเรื่องราวอย่างละเอียด ประณีต
เทศนาโวหาร คือ กระบวนการเขียนแบบแนะนำสั่งสอน
อุปมาโวหาร คือ กระบวนการเขียนเปรียบเทียบให้เกิดความคมคาย
สาธกโวหาร คือ กระบวนการเขียนที่ยกตัวอย่างหรือเรื่องราวประกอบเนื้อเรื่อง
ความหมายของภาพพจน์
คือ ถ้อยคำที่เรียบเรียงเป็นสำนวนที่ไม่กล่าวตรงไปตรงมา แต่ทำให้เกิดเป็นภาพและถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างกว้างขวาง
ประเภทของภาพพจน์
อุปมา คือ การเปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่งเหมือนกับสิ่งหนึ่ง
อุปลักษณ์ คือ การเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งด้วยการกล่าวถึง อีกสิ่งหนึ่งโดยไม่มีคำเชื่อม
อวพจน์ คือ การกล่าวน้อยกว่าความเป็นจริง
สัญลักษณ์ คือ การเรียกอีกสิ่งหนึ่งแทนอีกสิ่งหนึ่ง โดยใช้คำอื่นมาแทน ไม่เรียกตรงๆ
นามนัย คือ การใช้คำหรือสิ่งที่ชี้บ่งลักษณะหรือคุณสมบัติของสิ่งใดสิ่งหนึ่งแทนอีกสิ่งหนึ่ง
สัพพจน์ คือ การเลียนเสียงธรรมชาติ
บุคลาธิษฐานหรือบุคคลวัต คือ การกล่าวถึงสิ่งต่างๆที่ไม่มีชีวิต ไม่มีความคิด ไม่มีวิญญาณ
ปฎิพจน์หรือปฏิภาคพจน์ คือ การใช้คำที่มีความหมายขัดแย้งกันนำมาเข้าคู่กันได้อย่างกลมกลมกลืน
ความรู้ใหม่ที่ได้รับ
ได้เรียนรู้การใช้คำแทนอีกคำ โดยเป็นการเปรียบเทียบ
เช่น ดำ แทน ความมืด หงษ์ แทน คนชั้นสูง
เมฆหมอก แทน อุปสรรค แก้ว แทน ของมีค่า
สมอ แทน กองทัพเรือ ฉัตร แทน ราชบัลลังก์
เคียว แทน ชาวนา ค้อน แทน กรรมกร ฯลฯ
ข้อเสนอแนะ
การเรียนการสอนในครั้งนี้ มีการสอนที่สนุก ไม่น่าเบื่อ นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนด้วย ทำให้สนุกยิ่งขึ้น
นางสาวเกศสุดา โพธิวัฒน์ รหัส 55113400199 ตอนเรียน D1
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)